HOME
Bangkok Dinner Cruise Attraction
Ayutthaya Cruise Attraction
Thailand Highlight Tour & Package
English Virsion
- A
+ A
www.thairivercruise.com
Search :
เรือสำราญ แม่น้ำเจ้าพระยา
เรือ ล่องเจ้าพระยา บางกอก
เรือสำราญ ทัวร์อยุธยา
ล่องเรือ อยุธยา - เรือริเวอร์ซัน
ล่องเรือ อยุธยา เรือริเวอร์คิงส์ครูสก์
- เรือสำราญ ทัวร์อยุธยา ข้ามคืน
ล่องเรือ อาหาร กลางวัน
เรือ ซันเซส แม่น้ำเจ้าพระยา
- เรือดินเนอร์ เจ้าพระยา Modern
- เรือดินเนอร์ เจ้าพระยา ทรงไทย
เรือไหว้พระ ทัวร์เกาะเกร็ด
- เรือ ทัวร์คลอง บางกอกน้อย
- เรือฮันนีมูน เรือครอบครัว
- ล่องเรือ ดินเนอร์ เทศกาล วันพิเศษ ต่างๆ
- โปรแกรม เช่าเรือ เที่ยวทางน้ำ Private เฉพาะ หมู่คณะ
แหล่งท่องเที่ยว เจ้าพระยา
ล่องเรือ แม่น้ำ บางปะกง
เรือสำราญ แม่น้ำโขง
เรือสำราญ ล่องทะเล
สมัครสมาชิก
เรือแกรนด์ เจ้าพระยาครูสก์
- เรือแกรนด์เพิร์ล
- เรือเจ้าพระยาครูสก์
- เรือเจ้าพระยาปรินซ์เซส
- เรือริเวอร์ไซด์
- เรือมโนราห์
- เรือจักรแก้ว
- เรือแว่นฟ้า
- เรือลอยนาวา
- เรือแองเจิล
- เรือบุราณ
- เรือจัสมิน
- เรือขจร
- เรือนุสรา
- เรือสบาย สบาย
ล่องเรือ ดินเนอร์ ลอยกระทง
ล่องเรือ ดินเนอร์ คริสต์มาสก์ อีฟ
ล่องเรือ ดินเนอร์ Countdown
ล่องเรือ ดินเนอร์ วันวาเลนไทน์
เรือจูนบาทรา
เรือ ซีทรานส์ดิสคอวารี่
เรือ ซีแองเจิล
เรือลมพระยา
|
โปรแกรม ทัวร์อยุธยา ล่องเรือ >>>
|
ล่องเรือ ทัวร์อยุธยา เต็มวัน
|
ล่องเรือนอน ทัวร์อยุธยา ข้ามคืน
|
แหล่งท่องเที่ยว อยุธยา เมืองเก่าแก่ มรดกโลก
ไกด์แนะนำเที่ยว อยุธยา แหล่งท่องเที่ยว ของ ทัวร์อยุธยา และ สถานที่ แหล่งท่องเที่ยว ที่สำคัญ ทางประวัติศาสตร์ ของไทย
ท่องเที่ยวอยุธยา แหล่งท่องเที่ยว สถานที่ท่องเที่ยว เมือง อยุธยา เมืองเก่าแก่ มรดกโลก ของไทย
จังหวัดพระนครศรีอยุธยา หรือ อยุธยา เป็นอดีต ราชธานี ของไทยมีหลักฐานของ การเป็นเมืองใน ลุ่ม แม่น้ำเจ้าพระยา ตั้งแต่ประมาณพุทธศตวรรษที่ 16 - 18 เป็นต้นมา
มีร่องรอยของที่ตั้งเมือง โบราณสถาน โบราณวัตถุ และเรื่องราวเหตุการณ์ใน ลักษณะตำนานพงศาวดาร ไปจนถึง หลักศิลาจารึก ซึ่งถือว่าเป็นหลักฐานร่วมสมัย ที่ใกล้เคียงเหตุการณ์มากที่สุด ซึ่งก่อนการ สถาปนา กรุงศรีอยุธยา ใน พ.ศ.1893 นั้น ได้มีบ้านเมืองตั้งอยู่ก่อนแล้วมีชื่อว่า เมืองอโยธยา หรือ อโยธยาศรีรามเทพนคร หรือ เมืองพระราม มีที่ตั้ง อยู่บริเวณด้านตะวันออกของเกาะเมือง อยุธยา มีบ้านเมืองที่มีความเจริญทางการเมือง การปกครอง และมี วัฒนธรรมที่รุ่งเรืองแห่งหนึ่ง มี
การใช้กฎหมายในการปกครองบ้านเมือง 3 ฉบับ คือ พระอัยการลักษณะเบ็ดเสร็จ พระอัยการลักษณะทาส พระอัยการลักษณะกู้หนี้ สมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1 (พระเจ้าอู่ทอง) ทรงสถาปนากรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี เมื่อ พ.ศ. 1893
กรุงศรีอยุธยา เป็นศูนย์กลางของ ประเทศสยาม สืบต่อยาวนานถึง 417 ปี มี พระมหากษัตริย์ ปกครอง 33 พระองค์ จาก 5 ราชวงศ์ คือ ราชวงศ์อู่ทอง ราชวงศ์สุพรรณภูมิ ราชวงศ์สุโขทัย ราชวงศ์ปราสาททอง ราชวงศ์บ้านพลูหลวง กรุงศรีอยุธยา สูญเสียเอกราชให้แก่พม่า 2 ครั้ง ครั้งแรกใน พ.ศ. 2112 สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ทรงกู้เอกราชคืนมาได้ใน พ.ศ.2127 และ เสีย กรุงศรีอยุธยา ครั้งที่ 2 พ.ศ. 2310 สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ทรงกอบกู้เอกราชได้ในปลายปีเดียวกัน แล้วทรงสถาปนา กรุงธนบุรี เป็น ราชธานีแห่งใหม่กวาดต้อนผู้คนจากก กรุงศรีอยุธยาไปยัง กรุงธนบุรี เพื่อสร้างบ้านเมืองแห่งใหม่ให้มั่นคง แต่ ่กรุงศรีอยุธยา ก็ไม่ได้กลายเป็นเมืองร้างยังมีคนที่รักถิ่นฐานบ้านเดิมอาศัยอยู่ และมีราษฎรที่หลบหนีไปอยู่ ู่ตามป่ากลับเข้ามาอาศัยอยู่รอบ ๆ เมือง รวมกันเข้าเป็นเมืองจนทางการยกเป็นเมืองจัตวาจึงเรียกว่า " เมืองกรุงเก่า " และ ณ ปัจจุบัน อยุธยา ได้ทิ้งร่องรอย อารยะธรรม ประวัติศาสตร์ หลักฐาน โบราณวัตถุ ไว้ให้ ชนรุ่นหลัง ได้ ศึกษา และ เป็นแหล่งท่องเที่ยวชื่อดังของ ชาวไทย และ ต่างประเทศ ต้องมาเที่ยวที่ จังหวัดพระนคร กรุงศรีอยุธยา
แหล่งท่องเที่ยว สถานที่ ท่องเที่ยว ต่าง ๆ ของ อยุธยา
พระราชวังบางปะอิน
;
พระที่นั่งบางปะอิน หรือ เกาะบางปะอิน อยู่ห่างจากเกาะเมือง ซึ่งเป็นที่ตั้งของศาลากลาง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ออกไป 40 กิโลเมตร คือ จากตัวจังหวัดไปตามถนน พหลโยธิน เลี้ยวขวาเข้าทางแยกตรง กม. ที่ 35 เลี้ยวเข้าไป 7 กิโลเมตร ก็จะถึง พระราชวังบางปะอิน ภายใน พระราชวังบางปะอิน มีสิ่งที่น่าสนใจดังนี้
พระที่นั่งไอศวรรย์ทิพย์อาสน์
เป็นปราสาทอยู่กลางสระ สร้างใน รัชกาลที่ 5 เดิมสร้างด้วยเครื่องไม้ทั้งองค์ ต่อมารัชกาลที่ 6 ทรงโปรดให้เปลี่ยนเสา และพื้นเป็นคอนกรีตเสริมเหล็กทั้งหมด
พระที่นั่งวโรภาษพิมาน
เป็นท้องพระโรงอยู่ทางเหนือของ "สะพาน เสด็จ" ซึ่งเป็นท่าน้ำสำหรับเสด็จพระราชดำเนินขึ้นลง เดิมเป็นเรือน ไม้สองชั้น เป็นที่ตั้งที่ประทับและท้องพระโรงร่วมกัน ต่อมารัชกาลที่ 5 โปรดให้รื้อสร้างใหม่เป็นอาคารแบบฝรั่ง ใช้เป็นท้องพระโรง สำหรับเสด็จออกขุนนางในงานพระราชพิธี สิ่งสำคัญในพระที่นั่ง เป็นภาพชุด พระราชวงศาวดาร กับภาพ เรื่องอิเหนา พระอภัยมณี และ รามเกียรติ์
พระที่นั่งอุทยานภูมิเสถียร
อยู่ทางทิศตะวันออกตรงข้ามกับสระน้ำ เป็นพระที่นั่งสร้างด้วยไม้ น่าเสียดายที่ไฟไหม้หมด ไม่มีสิ่งใดเหลือ นอกจากหอสูงก่ออิฐปูนรูปหกเหลี่ยมซึ่งเรียกว่า หอพระ เท่านั้น
พระที่นั่งเวหาสน์จำรูญ
อยู่ตอนเหนือของพระราชวัง พระที่นั่งองค์ นี้พระยาโชฏึก ราชเศรษฐี (ฟัก) สร้างถวายตามแบบ
พระราชวังจีน
พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าฯ มักเสด็จประทับในฤดูหนาว
พระที่นั่งวิฑูรทัศนา
เป็นหอสูง สร้างบนเกาะน้อย อยู่ระหว่างพระที่ นั่ง
อุทยานภูมิเสถียร
กับ
พระที่นั่งเวหาสน์จำรูญ
เป็นพระที่นั่ง 3 ชั้น มีบันไดเวียน ทรงใช้เป็นที่ทอดพระเนตรสภาพบ้านเมืองโดยรอบ โรงละคร รัชกาลที่ 6 โปรดให้สร้างขึ้นบริเวณที่ประทับฝ่ายใน เป็น พลับพลาไม้หลังเล็ก ๆ สร้างในสวนริมสระต่อจากพระที่นั่งอุทยาน ภูมิเสถียรไปทางทิศตะวันตก
อนุสาวรีย์สมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์
(อนุสาวรีย์พระนางเรือล่ม) เป็นอนุสาวรีย์หินอ่อน บรรจุพระ สรีรังคาร ของ สมเด็จพระนางเจ้าสุนันทา
อนุสาวรีย์พระอัครชายาเธอพระองค์เจ้าเสาวภาคนารีรัตน์
และ
เจ้าฟ้าสามพระองค์
อยู่ใกล้กับอนุสาวรีย์
พระ นางเรือล่ม
สภาคารราชประยูร
เป็นตึก 2 ชั้น อยู่ริมแม่น้ำนอกกำแพงพระราชวัง ตั้งอยู่หน้าพระที่นั่งวโรภาสพิมานด้าน ทิศใต้ รัชกาลที่ 5 โปรดให้ สร้างเป็นที่ประทับของเจ้านายฝ่ายหน้า
เหมมณเฑียรเทวราช
เป็นศาลประดิษฐานเทวรูปรัชกาลที่ 5 โปรดให้สร้างขึ้นตรงศาลเดิมที่ชาวบ้านสร้าง อุทิศถวาย
สมเด็จพระเจ้าปราสาททอง
วัดนิเวศธรรมประวัติ
;
ที่ตั้งของ วัดนิเวศธรรมประวัติ เป็นเกาะกลาง แม่น้ำเจ้าพระยา อยู่ตรงกับ พระราชวังบางปะอิน พระอุโบสถ วัดนิเวศธรรมประวัติ คือโ บสถ์ฝรั่ง แต่เป็น โบสถ์ฝรั่ง แบบเก่าๆ ที่พบเห็นได้ทั่วไปในยุโรป การตกแต่งภายในเป็นแบบฝรั่ง แม้แต่ฐานที่ประดิษฐาน พระประธาน คือ พระพุทธนฤมลธรรมโมภาส และ พระสาวกก็ไม่ได้ทำเป็นฐานชุกชีอย่างในโบสถ์ทั่วไป แต่ทำเหมือนที่ตั้งไม้กางเขนในโบสถ์คริสต์ช่องหน้าต่างที่เจาะไว้ก็เป็น หน้าต่างโค้งที่ฝาผนังโบสถ์ด้านหน้า พระประธานจะเห็นภาพประดิษฐ์กระจกสีเป็นพระบรมฉายาลักษณ์ของรัชการที่ 5 งามชนิดที่ไม่เคยเห็นที่ใดในเมืองไทย ด้านขวามือของ อุโบสถสร้าง เหมือน ปราสาทเจ้าหญิง ในเทพนิยายฝรั่ง คือหอพระคันธารราษฎร์เป็นหอประดิษฐานพระพุทธศิลาเก่าแก่นับพันปี พระนาคปรกนี้อยู่ติดกับต้นพระศรีมหาโพธิ์ใหญ่ ที่แผ่กิ่งก้านไปทั่วบริเวณหน้าพระอุโบสถ ถัดไปเป็นหมู่ศิลามีประวัติความสำคัญเกี่ยวข้องกับสมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพ พระบิดาของประวัติศาสตร์ไทยในฐานะที่เป็นที่ตั้งโรงเรียนประชาบาลหลังแรกในประเทศไทย สมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพทรงผนวชที่วัดนิเวศธรรมประวัติ ตำหนักที่ประทับจำพรรษาของพระองค์ยังปรากฏอยู่ทุกวันนี้ เรียกกันว่าตำหนักสมเด็จ ในระหว่างทรงผนวชและจำพรรษาอยู่ที่วัดนิเวศธรรมประวัติ ทรงนิพนธ์หนังสือแบบเรียนเล่มหนึ่งขึ้น แล้วทรงออกสอนนักเรียนที่เป็นลูกชาวบ้านละแวกนั้นเป็นครั้งแรกในประเทศไทย ปัจจุบันที่ข้างพระอุโบสถมีหมู่ก้อนศิลาใหญ่น้อยและ พระธรรมเจดีย์เป็นที่บรรจุพระอัติเจ้าจอมมารดาชุ่มพระสนมเอก สมัยรัชกาลที่ 4 เจ้าจอมมารดาของ สมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพ
วัดใหญ่ไชยมงคล หรือ วัดเจ้าพญาไท
; เมื่อ พ.ศ.1900 พระเจ้าอู่ทอง ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ปลงศพเจ้าแก้วเจ้าไทย ที่ปลงศพ นั้นให้สถาปนาพระเจดีย์และวิหารเป็นพระอารามชื่อ วัดป่าแก้ว และโปรดเกล้าฯ ให้เป็น สำนักสงฆ์เรียกคณะป่าแก้ว ปฎิบัติทางวิปัสสนาธุระ ต่อมาได้ขนาดนามว่า วัดเจ้าพระยาไทย เพราะเป็นที่สถิตของ สมเด็จพระวันรัตพระสังฆราช ฝ่ายขวา ซึ่งในสมัยโบราณเรียกพระสงฆ์ว่า เจ้าไทย ครั้งแผ่นดิน สมเด็จพระนเรศวรมหาราช พ.ศ.2135 ทรงได้ชัยชนะใน การทำยุทธหัตถึ สมเด็จพระวันรัต วัดป่าแก้ว ซึ่งขอพระราชทานอภัยโทษแก่นายทัพนายกอง ที่ตามเสด็จไม่ทันได้กราบ บังคมทูลให้ทรงสร้าง พระเจดีย์ใหญ่เฉลิม พระเกียรติที่ตำบลหนองสาหร่าย จังหวัดสุพรรณบุรี และที่ วัดเจ้าพระยาไทย ให้เป็นคู่กับ เจดีย์ภูเขาทอง ที่ พระเจ้าหงสาวดี สร้างไว้ พระเจดีย์ นี้มีขนาดสูงใหญ่ทรง ระฆัง (ปัจจุบันสูงประมาณ 60 เมตร) ขนาดนามว่า พระเจดีย์ชัยมงคล แต่เรียกเป็นชื่อสามัญว่า พระเจดีย์ใหญ่ ต่อมาจึงเรียกชื่อวัดนี้อีกชื่อหนึ่งว่า วัดใหญ่ชัยมงคล
วัดพระศรีสรรเพ็ชร
; พระราชวังหลวง ที่ปรากฏใน พระนครศรี อยุธยาปัจจุบันคงเหลือแต่ฐาน อาคารให้เห็น เท่านั้นสันนิษฐานว่า พระเจ้าอู่ทองสร้าง พระราชวัง ตั้งแต่เมื่อครั้งประทับอยู่ที่เวียงเล็ก เมื่อ พ.ศ.1890 และเมื่อสร้างกรุงเสร็จใน พ.ศ.1893 จึงย้ายมาประทับที่ พระราชวังใหม่ ริม หนองโสน พระที่นั่งต่างๆ ในครั้งแรกนี้สร้างด้วยไม้อยู่ในบริเวณซึ่งปัจจุบันเป็น วัดพระศรีสรรเพชญ์ ต่อมาเมื่อ พ.ศ.1991 สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ ทรงถวายที่บริเวณ พระราชวัง เดิมสร้างเป็นวัด ในเขต พระราชวัง เรียกว่า "
วัดพระศรีสรรเพชญ์
" แล้วทรงสร้าง พระราชวังหลวง ใหม่เลื่อนไปทางทิศเหนือ ชิด ริมแม่น้ำลพบุรี พระที่นั่งต่างๆ ในเขตพระราชวังหลวงหรือที่เรียกในปัจจุบันว่า พระราชวังโบราณ เดิม เป็นที่ประทับของ พระมหากษัตริย์อยุธยา ทุกรัชกาล ตั้งอยู่ริมกำแพง พระนครศรีอยุธยา ทางด้านเหนือ มีถนนสายรอบ กรุงผ่านจากวังจันทรเกษม ไปเพียง 2 กิโลเมตร เปิดให้เข้าชมทุกวันตั้งแต่ เวลา 08.30 น. - 16.30 น. บริเวณ พระราชวัง มี พระที่นั่งที่สำคัญดังนี้ พระที่นั่งวิหารสมเด็จ ตั้งอยู่ตอนใต้สุดเป็น ปราสาทยอดปรางค์ มีมุขหน้าหลังยาวแต่มุขข้างสั้น มีกำแพงแก้วล้อม 2 ด้าน ตามพงศาวดารกล่าวว่า สมเด็จพระเจ้าปราสาททอง ทรงโปรดฯ ให้สร้างเมื่อ พ.ศ.2186 เพื่อแทนพระที่นั่งมังคลาภิเษกที่ถูกฟ้าผ่าไฟไหม้ ชาวบ้านเรียนกว่า "
ปราสาททอง
" เนื่องจากเป็นปราสาทปิดทององค์แรกที่สร้างขึ้นสำหรับประกอบพระราชพิธีสำคัญต่าง ๆ พระที่นั่งสรรเพชญปราสาท เป็นปราสาทยอดปรางค์ตั้งอยู่ตรงกลาง สร้างแบบเดียวกับพระที่นั่งวิหารสมเด็จ มีมุขยื่นออกมาเพื่อเสด็จออกรับแขกเมือง มีโรงช้างเผือกกระหนาบอยู่สองข้าง พระที่นั่งสุริยาสน์อมรินทร์ เป็นปราสาทจตุรมุขก่อด้วยศิลาแลง อยู่ติดกำแพงริมแม่น้ำ เดิมชื่อ "พระที่นั่งสริยามรินทร์" ต่อมาเปลื่ยนเป็นชื่อนี้เพื่อให้คล้องกับชื่อ " พระที่นั่งสรรเพชญ์ปราสาท " ก่อสร้างเป็นปราสาทจตุรมุขยกพื้นสูงกว่าพระที่นั่งองค์อื่น ๆ ใช้เป็นที่สำหรับประทับทอดพระเนตร ขบวนแห่ทางน้ำ พระที่นั่งจักรวรรดิไพชยนต์ สมเด็จพระเจ้าปราสาททอง ทรงสร้างเมื่อ พ.ศ.2175 พระราชทานนามว่า "พระที่นั่งศิริยโสธรมหาพิมานบรรยงค์" คล้ายปราสาทที่นครธม ต่อมาเปลี่ยนเป็น "พระที่นั่งจักรวรรติไพชยนต์" ลักษณะเป็นปราสาทตรีมุข ตั้งอยู่บนกำแพงชั้นในหน้าพระราชวัง เป็นที่สำหรับทอดพระเนตรกระบวนแห่และฝึกซ้อมทหารเหมือนพระที่นั่งพุทไธสวรรย์ที่พระบรมมหาราชวัง กรุงเทพมหานคร พระที่นั่งตรีมุข อยู่ข้างหลังพระที่นั่งสรรเพชญปราสาท ไม่ปรากฎปีที่สร้าง เข้าใจว่าเดิมเป็นพระที่นั่งฝ่ายใน และเป็นที่ประทับในอุทยานฯ พระที่นั่งบรรยงก์รัตนาสน์ (พระที่นั่งท้ายสระ) เป็นปราสาทจตุรมุข ตั้งอยู่บนเกาะกลางสระน้ำ สมเด็จพระเพทราชาโปรดฯ ให้สร้างขึ้นเป็นที่ประทับสำราญพระราชหฤทัย เมื่อ พ.ศ.2233 และได้เสด็จประทับตลอดรัชกาล มีพระแท่นสำหรับทอดพระเนตรปลาที่ทรงเลี้ยงไว้สระนั้นด้วย พระที่นั่งทรงปืน อยู่ริมสระด้านตะวันตก ใกล้พระที่นั่งบรรยงค์รัตนาสน์ น่าจะใช้เป็นที่ฝึกซ้อมเพลงอาวุธและในสมัย พระเพทราชา ทรงใช้เป็นที่เสด็จออกขุนนาง
วิหารพระมงคลบพิตร
; พระมงคลบพิตร เป็น พระพุทธรูปอิฐบุทองสัมฤทธิ์ สีดำ ตลอดองค์ เพราะเคลือบรักไว้ สันนิษฐานว่าสร้างใน สมัยสมเด็จพระไชยราชา ราว พ.ศ.2081 สำหรับเป็น พระพุทธรูป ประจำวัดซีเซียง ประดิษฐานอยู่กลางแจ้ง ต่อมาใน สมัยสมเด็จพระเจ้าทรงธรรม ทรงโปรดเกล้าฯ ให้ชลอ พระมงคลบพิตร มาไว้ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของ วัดพระศรีสรรเพชญ์ และ สร้างมณฑปครอบไว้ ครั้งแผ่นดิน สมเด็จพระ เจ้าเสือเกิดฟ้า ผ่าเครื่องมณฑปพังลงมาต้องพระศอหักก็โปรดเกล้าฯ ให้รื้อซากมณฑปสร้างใหม่ และซ่อมพระศอให้เหมือนเดิม จนเมื่อ พ.ศ.2310 เสียกรุงศรีอยุธยา วิหารพระมงคลบพิตรถูกไฟไหม้ทรุดโทรม พระเมาฬี และพระกรขวา หัก ในสมัยรัชกาลที่ 5 พระยาโบราณราชธานินทร์ ซึ่งขณะนั้นดำรงตำแหน่ง สมุหเทศาภิบาลมณฑลอยุธยาได้ซ่อมองค์พระด้วยปูนปั้น และในปี พ.ศ.2535 วิหารพระมงคลบพิตรทั้งองค์ เป็น พระพุทธรูปปางมารวิชัย ที่มีขนาดใหญ่มาก ที่สุดองค์หนึ่งของ ประเทศไทย
PARTNER LINK
Page :
[1]
[2]
[3]
www.thairivercruise.com
HOME
Bangkok Dinner Cruise Attraction
Ayutthaya Cruise Attraction
Thailand Highlight Tour & Package
Web hosting
|
Web
site builder by Ninenic
©Copyright 2002-2010 All rights reserved.
Thai River Cruise ใบอนุญาต ประกอบธุรกิจ นำเที่ยว เลขที่ 11/4889 19/394 ที่อยู่ ถ.ริมคลองบางค้อ, บางค้อ,จอมทอง,กรุงเทพมหานคร 10150
Tel : 02-4765207-8 Hotline : 084-1361199
Email :
info@thairivercruise.com
Partner Link
:
l
Aruki Thai
l
Dental Clinic in Bangkok
l
Hotelier in Thailand
l
Kanchanaburi Tour Highlights
l
Kanchanaburi Tiger Temple
l
South Laos Tour
l
Sukanya Condo
l
Thai WebDirectory.Com
l
Thai Website.Com
l
Thailand Highight
l
Thailand Travel Search
l
Tour Thai.Com
l
Travel World Directory
l
Ubolrachathani
l
Udonthani.Com
l
Vacation Zone
l
Thailand Travel Bangkok Tour
>>
See to Link Banner Page
>>