Thailand Cruise Bangkok Dinner Cruise Ayutthaya River Cruise Rice Barge Dinner Cruise Bangkok Thailand



| ไวท์ ออร์คิด ริเวอร์ ครูซส์ ดินเนอร์ |

  Ayutthaya River Cruise Day Tour, travel to Ayutthaya  Ancient Capital of Thailand by Bangkok Ayutthaya  Cruise along Chaophraya River Bangkok 
 ทัวร์อยุธยา ล่องเรือ เต็มวัน เที่ยวอยุธยา 1 วัน บุฟเฟ่ท์อาหารกลางวัน 
ทัวร์อยุธยา วันเดียว ล่องเรือ เที่ยววัด อยุธยา ไหว้พระ อยุธยา ล่องเรือ แม่น้ำเจ้าพระยา เรือไวท์ ออร์คิด ริเวอร์ ครูซส์ พร้อม อาหารกลางวัน แบบ บุฟเฟ่ท์นานาชาติ และ ชา กาแฟ บน เรือไวท์ ออร์คิด ริเวอร์ ครูซส์ ออกเดินทางทุกวัน เดินทางโดยรถกลับโดยเรือสำราญหรู. 
 

ทัวร์อยุธยา วันเดียว เที่ยวได้ กับ เรือสำราญหรู พร้อม บุฟเฟ่ท์ อาหารกลางวัน ค๊อฟฟี่เบรค บน เรือ ไวท์ ออร์คิด ริเวอร์ ครูซส์  เรือสำราญ แม่น้ำเจ้าพระยา หรู ลำล่าสุด แห่ง ลำน้ำ แม่น้ำเจ้าพระยา สามารถรองรับ นักท่องเที่ยว ได้มากถึงจำนวน  400 ท่าน เรือ ไวท์ ออร์คิด ริเวอร์ ครูซส์ จะนำพาท่าน สัมผัส สู่ บรรยากาศ การท่องเที่ยว ประวัติศาสตร์ เมืองกรุงเก่า อยุธยา ซึ่ง อดีต เคยเป็น เมืองหลวง ราชธานี ของ ไทย เรายาวนานถึง 417 ปี "เที่ยวอยุธยา วันเดียวเที่ยวได้ทุกวัน"
 


Cruise in Thailand by Thailand River Cruise with service for Bangkok Dinner Cruise , Ayutthaya River Cruise, Canal Tour, Private Cruise Party.เที่ยวอยุธยา ล่องเรือ กับ ทัวร์อยุธยา เต็มวัน พร้อมอาหารกลางวัน เก็บความประทับใจไว้ ไม่รู้ลืม บน เรือไวท์ ออร์คิด ริเวอร์ ครูซส์ จำนวน 3 ชั้น พร้อมดาดฟ้า เพื่อสัมผัส อากาศ แบบ Open Air  ตื่นตาตื่นใจ ใน ระหว่าง ล่องเรือ ชม ทัศนียภาพ สองฟากฝั่ง แม่น้ำเจ้าพระยา จาก นอกเมือง สู่ เมืองหลวง กรุงเทพมหานคร  กับ รายการทัวร์ ท่องเที่ยว อยุยา แบบเต็มวัน  กับ เรือไวท์ ออร์คิด ริเวอร์ ครูซส์ 

 
Share |

เที่ยวอยุธยา ไหว้พระ ทัวร์อยุธยา เต็มวัน

ล่องเรือ ทัวร์อยุธยา เที่ยวอยุธยา แบบเต็มวัน เที่ยวอยุธยา วันเดียว เที่ยวได้ ทัวร์วันเดียว อยุธยา โดยเริ่มต้นการเดินทาง จาก กรุงเทพมหานคร มุ่งหน้า สู่ บางปะอิน พระนครศรีอยุธยา และนำเที่ยวสถานที่ต่างๆ

 พระราชวังบางปะอิน อยุธยา - Summer Palace Bang Pa In , Ayutthaya
พระราชวัง บางปะอิน เป็น พระราชวังโบราณ ตั้งแต่ สมัยกรุงศรีอยุธยา พระราชวัง บางปะอิน ได้ถูกสร้างขึ้นโดย สมเด็จพระเจ้าปราสาททอง เนื่องจากเป็นที่ประสูติของพระองค์ ใช้ พระราชวัง บางปะอิน เป็นสถานที่ที่ทรงใช้ประทับแรม ของพระมหากษัตริย์แห่งกรุงศรีอยุธยา ด้วย พระราชวัง บางปะอิน เป็นพระราชวังใกล้พระนครนั่นเอง เมื่อครั้งเสียกรุงแก่พม่าครั้งที่สอง พระราชวังบางปะอิน ถูกปล่อยให้รกร้างมาระยะหนึ่ง ตามกาลเวลา พระราชวังบางปะอิน กลับมาเป็นที่รู้จัก และ มีชื่อเสียงอีกครั้งเมื่อสุนทรภู่ ซึ่งได้ตามเสด็จพระบาท สมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ไปนมัสการ พระพุทธบาทสระบุรี ได้ประพันธ์ถึง พระราชวังบางปะอิน ไว้ในนิราศพระบาท จนกระทั่ง ใน รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงได้เริ่มการบูรณะ พระราชวัง บางปะอิน ขึ้น และในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้บูรณะ พระราชวัง บางปะอิน เป็นการครั้งใหญ่ โดยสร้างพระที่นั่ง พระตำหนัก และตำหนักต่าง ๆ ขึ้นมากมายเพื่อใช้เป็นที่ประทับ รับรองพระราชอาคันตุกะ และพระราชทานเลี้ยงในโอกาสต่าง ๆ ในปัจจุบัน พระราชวังบางปะอิน อยู่ในความดูแลของ สำนักพระราชวัง และยังใช้เป็นสถานที่แปรพระราชฐานของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ พระบรมวงศานุวงศ์ รวมถึงประกอบพระราชพิธีสังเวยพระป้าย แต่ได้เปิดให้ประชาชน และนักท่องเที่ยวเข้าชมได้ โดยต้องแต่งกายให้สุภาพเรียบร้อย  รองเท้ารัดข้อ หุ้มส้น ไม่ใส่กางเกงขาสั้น เสื้อสายเดี่ยว เปิดไหล่กว้าง หากไม่ได้เตรียมมาจะมี เจ้าหน้าที่ สำนักพระราชวัง คอยดูแล และหาผ้าถุง ผ้า ปกคลุม แลดูให้เรียบร้อย ก่อนเข้า พระราชวัง บางปะอิน

พระราชวังบางปะอิน  บางปะอิน อยุธยา ทัวร์อยุธยา ล่องเรือ เที่ยวอยุธยา วันเดียว


 วัดมหาธาตุ อยุธยา -  Wat Mahathat, Ayutthaya 
วัดมหาธาตุ อยุธยา สร้างในสมัยสมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 1 ต่อมาสมเด็จพระราเมศวรโปรดเกล้าฯ ให้ อัญเชิญพระบรมสารีริกธาต มาบรรจุไว้ใต้ฐานพระปรางค์ประธานของวัดเมื่อพ.ศ.1927 พระปรางค์วัดมหาธาตุ ถือเป็นปรางค์ที่สร้างในระยะ แรก ของสมัยอยุธยาซึ่งได้รับอิทธิพลของปรางค์ขอมปนอยู่ ชั้นล่างก่อสร้างด้วย ศิลาแลงแต่ที่เสริมใหม่ ตอนบน เป็นอิฐถือปูน สมเด็จพระเจ้าปราสาททอง ได้ทรงปฏิสังขรณ์พระปรางค์ใหมโดยเสริมให้สูงกว่าเดิมแต่ขณะนี้ ยอด พังลงมาเหลือเพียงชั้นมุขเท่านั้นจึงเป็นที่น่าเสียดายเพราะมีหลักฐานว่าเป็นปรางค์ ที่มีขนาดใหญ่มากและก่อสร้าง อย่างวิจิตรสวยงามมากเมื่อพ.ศ. 2499 กรมศิลปากรได้ขุดแต่งพระปรางค์แห่งนี้ พบของโบราณหลายชิ้น ที่สำคัญ คือ ผอบศิลา ภายในมีสถูปซ้อนกัน 7 ชั้น แบ่งออกเป็น ชิน เงินนาก ไม้ดำ ไม้จันทร์แดง แก้วโกเมน และทองคำ ชั้นในบรรจุพระบรมสารีริกธาตุและเครื่องประดับอัน มีค่าปัจจุบันพระ บรมสารีริกธาตุนำไปประดิษฐาน ไว้ใน พิพิธภัณฑ์ สถานแห่งชาติ เจ้าสามพระยาวัดมหาธาตุ หมายถึงวัดอันเป็นที่สถิตของพระบรมสารีริกธาตุของพระพุทธเจ้า สร้างขึ้นในสมัยขุนหลวงพะงั่ว เมื่อปี พ.ศ. 1917 แต่เข้าใจว่าการก่อสร้างเสร็จสิ้นในรัชสมัยพระราเมศวรจารีตของการสร้างพระเจดีย์ขนาดใหญ่ เอาไว้ในเมือง ซึ่งถือสมมุติว่าพระเจดีย์นั้นเป็นที่สถิตของพระบรมสารีริกธาตุ และวัดนั้นถือว่าเป็นวัดศักดิ์สิทธิ์ ทั้งมักจะมีชื่อว่า วัดมหาธาตุ หรือ วัดพระศรีมหาธาตุ หรือ วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ ปรากฏโดยทั่วไปในทุกภูมิภาค จารีตดังกล่าวนี้จะ เริ่มในสมัยใดนั้นไม่ทราบได้ แต่หากจะพิจารณาเฉพาะอาณาจักรอยุธยาจะเห็นได้ว่าธรรมเนียม ดังกล่าวเริ่มตั้งแต่สมัย่แรกๆ ทีเดียว วัดมหาธาตุ จึงเป็นวัดที่สำคัญที่สุดวัดหนึ่งของอาณาจักร ในฐานะที่เป็นตัวแทน ของพระพุทธเจ้า อีกทั้งหากจะพิจารณาดูสถานที่ตั้งก็จะเห็นว่าอยู่ใกล้ชิดกับ พระบรมมหาราชวัง เป็นอย่างยิ่ง ดังนั้น วัดนี้จึงเป็นที่ประทับของสมเด็จ พระสังฆราช (ฝ่ายคามวาสี)มาตลอดจนสิ้นกรุงศรีอยุธยา(ส่วนพระสังฆราชฝ่าย อรัญวาสีนั้น ประทับอยู่ที่วัดใหญ่ชัยมงคล หรือ สำนักวัดป่าแก้ว)  ส่วนที่สองคืออาคารพิพิธภัณฑ์ซึ่งเป็นอาคารรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าหลังใหญ่ 2 ชั้น สูงโปร่งทาสีขาวทั้งหลัง มีประตู หน้าต่าง แบบบ้านสมัยเก่าทาสีฟ้าดูสดใส ภายในแบ่งเป็นสองชั้น เมื่อก้าวเข้าไปสู่ตัวพิพิธภัณฑ์ด้านใน ก็จะพบ กับสิ่งของจัดแสดงไว้มากมาย อาจารย์เกริกได้ใช้เวลาร่วม 20 กว่าปีในการสะสม สิ่งที่น่าสนใจใน วัดมหาธาตุ อยุธยา
1. พระปรางค์ขนาดใหญ่ ซึ่งในปัจจุบันพังทลายลงมาหมดแล้ว แต่ราชทูตลังกาที่ได้เคยมาเยี่ยมชมวัดมหาธาตุ ใน สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศไว้ว่า ที่ฐานของพระปรางค์ มีรูปราชสีห์ หมี หงส์ นกยูง กินนร โค สุนัขป่า กระบือ มังกร เรียงรายอยู่โดยรอบ รูปเหล่านี้อาจหมายถึงสัตว์ในป่าหิมพานต์ที่รายล้อมอยู่เชิงเขาพระสุเมรุ ซึ่งเป็นแกน กลางของจักรวาล
2.เจดีย์แปดเหลี่ยม เป็นเจดีย์ลดหลั่นกัน 4 ชั้น 8 เหลี่ยม ชั้นบนสุดประดิษฐานปรางค์ขนาดเล็ก ซึ่งเจดีย์องค์นี้ จัดว่าเป็นเจดีย์ที่แปลกตา พบเพียงองค์เดียวในอยุธยา
3.วิหารที่ฐานชุกชี ของพระประธานในวิหาร กรมศิลปากรพบว่ามีผู้ลักลอบขุดลงไปลึกถึง 2 เมตร จึงดำเนิน การขุดต่อไปอีก 2 เมตร พบภาชนะดินเผาขนาดเล็ก 5 ใบ บรรจุแผ่นทองเบาๆรูปต่างๆ
4.วิหารเล็ก วิหารเล็กแห่งนี้ มีรากไม้แผ่รากขึ้นเกาะเต็มผนัง รากไม้ส่วนหนึ่งได้ล้อมเศียรพระพุทธรูปไว้ ธรรมดา กรมศิลปากรจะต้องตัดต้นไม้ออก แต่ที่นี่ดูจะว่าเป็นที่ยกเว้น 
5.พระปรางค์ขนาด กลางภายในพระปรางค์ มีภาพจิตรกรรม เรือนแก้วซึ่งเป็นตอนหนึ่งในพุทธประวัติ
6.ตำหนักพระสังฆราช บริเวณพื้นที่ว่างทางด้านทิศตะวันตก เป็นสถานที่ที่เป็นที่ตั้งพระตำหนักพระสังฆราช ราชทูตลังกาได้บอกไวว่า เป็นตำหนักที่สลักลวดลายปิดทอง มีม่านปักทอง พื้นปูพรม มีขวดปักดอกไม้เรียงราย เป็นแถวเพดานแขวนอัจกลับ (โคม) มีบังลังก์ 2 แห่ง

วัดมหาธาตุ ทัวร์อยุธยา ล่องเรือ เที่ยวอยุธยา วันเดียว


 วัดหน้าพระเมรุ อยุธยา - Wat Nah Pramane, Ayutthaya
วัดหน้าพระเมรุ ด้านหน้าอุโบสถ วัดหน้าพระเมรุ, วัดหน้าพระเมรุ ตั้งอยู่ริมคลองสระบัวด้านเหนือของคูเมือง (แม่น้ำลพบุรีเก่า) ตรงข้ามกับพระราชวังหลวง มีชื่อเดิมว่า "วัดพระเมรุราชการาม" แต่ไม่ปรากฏหลักฐานว่าใครเป็นผู้สร้างและสร้างในสมัยใด พิจารณาได้ว่า น่าจะเป็นวัดสร้างขึ้นตรงที่ถวายพระเพลิงกษัตริย์องค์ใดองค์หนึ่ง ในต้นสมัยอยุธยา เป็นวัดเดียวในกรุงศรีอยุธยาที่ไม่ถูกพม่าทำลาย และยังคงสภาพที่ดีมาก เพราะพม่าได้ไปตั้งกองบัญชาการอยู่ที่วัดนี้ พระอุโบสถเป็นแบบอยุธยาซึ่งมีเสาอยู่ภายใน แต่น่าจะมาเพิ่มเสารับชายคาที่หลังในรัชสมัยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ พระประธานในอุโบสถซึ่งสร้างปลายสมัยอยุธยา เป็นพระพุทธรูปทรงเครื่องหล่อสำริดขนาดใหญ่ที่สุดที่ปรากฏและมีความงดงามมาก ด้านหลังพระอุโบสถยังมีอีกองค์หนึ่งแต่เล็กกว่า คือ พระศรีอริยเมตไตรย์

วัดพระเมรุ ทัวร์อยุธยา ล่องเรือ เที่ยวอยุธยา วันเดียว


 วัดโลกยาสุธาราม วัดพระนอน อยุธยา -  Wat Lokaya Suttha Reclining Buddha Temple Ayutthaya
วัดโลกยสุธาราม ตั้งอยู่ที่ตำบลประตูชัย อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ทางด้านหลังพระราชวังหลวง และโรงเรียนประตูชัย ใกล้กับวัดวรโพธิ์ และวัดวรเชษฐาราม จุดเด่นของวัดแห่งนี้คือ มีพระพุทธไสยาสน์ ปางไสยาสน์ ที่ใหญ่ที่สุดในเกาะเมืองอยุธยา
วัดโลกยสุธาราม สันนิษฐานว่าได้สร้างขึ้นในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนกลาง ในรัชสมัยสมเด็จพระนครินทราธิราช พระราชบิดาเจ้าสามพระยา ราว พ.ศ. 1995 วัดนี้มีพระพุทธไสยาสน์ ปางไสยาสน์ ที่ใหญ่ที่สุดในเกาะเมืองอยุธยา ประดิษฐานอยู่กลางแจ้ง ก่ออิฐถือปูน มีความยาว 42 เมตร และสูง 8 เมตร พระพักตร์หันไปทางทิศเหนือ ที่พระเศียรมีดอกบัวรองรับ พระบาทซ้อนกันเป็นมุมฉาก นิ้วพระบาทยาวเท่ากัน มีดอกบัวเกยซ้อนรองรับพระเศียรแทนพระเขนย สันนิษฐานว่าแต่เดิมเป็นพระพุทธรูปไม่ทรงเครื่อง แต่การบูรณะใน พ.ศ. 2499 คงมีการแก้พระเศียรเป็นอย่างพระพุทธรูปทรงเครื่อง รอบองค์พระมีเสาอิฐ 8 เหลี่ยม รวม 24 ต้น ซึ่งแต่เดิมคงจะมีการสร้างวิหารครอบพระพุทธไสยาสน์ แต่ไม่ปรากฏหลักฐานว่าได้พังทลายลงเมื่อใด

วัดโลกยาสุธาราม ทัวร์อยุธยา ล่องเรือ เที่ยวอยุธยา วันเดียว

หลังจากนั้น ไกด์นำเที่ยวจะนำพาท่าน มุ่งหน้าสู่ ท่าเทียบเรือ วัดช่องลม ปทุมธานี
ยินดีต้อนรับสู่เรือสำราญหรู ไวท์ออร์คิด ครุยส์ พร้อมบริการ อาหารกลางวัน อิ่มอร่อยกับอาหารกลางวันแบบบุฟเฟ่ท์นานาชาติ มีทั้งอาหารไทย - ยุโรป ของหวาน และผลไม้ตามฤดูกาล อาหารรสเลิศกับบรรยากาศการล่องเรือหรูหรา คือ ความประทับใจ พร้อม บริการ ชา กาแฟ ตลอดระยะเวลาการ ล่องเรือ ไวท์ ออร์คิด ริเวอร์ ครูซส์  บรรยากาศสองผั่งเจ้าพระยายามที่ผ่านสายตาจาก เรือไวท์ ออร์คิด ริเวอร์ ครูซส์ ที่มีมุมมองทั้งจากภายในห้องผู้โดยสารที่เป็นห้องปรับอากาศ หรือจากดาดฟ้าทีรับ ลม ธรรมชาติ ที่มี มุมกว้าง 360 องศา พร้อม รับอากาศ สัมผัส ความสดชื่น จาก แม่น้ำเจ้าพระยา เป็นภาพที่ไม่มีการปรุงแต่งใด ๆ  -เข้าสู่เมืองผ่าน พระบรมมหาราชวัง และ วัดอรุณฯ พระปรางค์วัดอรุณฯ สร้างมา ตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี บริเวณนี้คือพระราชวังเดิมเมื่อครั้งไทยย้ายราชธานีจาก อยุธยา มาตั้งเมืองหลวงเป็น กรุงธนบุรี สิ้นสุดที่ท่า เทียบเรือ ริเวอร์ ซิตี้ สี่พระยา กรุงเทพมหานคร


 

ตารางการท่องเที่ยว อยุธยา ล่องเรือไหว้พระ 1 วัน

06.30 น.      

รับลูกค้าจาก โรงแรม พี้นที่ สุขุมวิท สุรวงศ์ สีลม ฯลฯ

08:00 น. 

เดินทางจาก กรุงเทพมหานคร โดย รถโค้ชปรับอากาศ ของ เรือไวท์ ออร์คิด ริเวอร์ ครูซส์ 

09:00 น. 

รถโค้ชปรับอากาศ ของ เรือไวท์ ออร์คิด ริเวอร์ ครูซส์ นำพาท่าน ถึง พระราชวังบางปะอิน Bangpa in Sumer Palace, ซึ่งมความงดงามแบบสถาปัตยกรรม แบบไทย และ ยุโรป แวดล้อมด้วย ดอกไม้ นานาพันธ์ ประดับประดา ทั่ว พระราชวังบางปะอิน.

10:30 น. 

หลังจากนั้น เราจะนำพาท่านไปสัมผัส กลิ่นไอ ของ กรุงเก่า อยุธยา เรียนรู้ ประวัติศาสตร์ กับ สถานที่สำคัญต่าง ๆ ของ ประวัติศาสตร์ อยุธยา ดังต่อไป
- วัดมหาธาตุ           
- วัดหน้าพระเมรุ
- วัดโลกยาสุธาราม
หลังจาก เที่ยวสถานที่ ท่องเที่ยว สำคัญต่าง ๆ ของ อยุธยา แล้ว โดย มี วัดหน้าพระเมรุ เป็นที่สุดท้าย  เราจะนำพาท่าน มุ่งหน้าสู่ ท่าเรือ เรือไวท์ ออร์คิด ริเวอร์ ครูซส์ 

13.30 น.  

 

ถึงท่าเรือ เรือไวท์ ออร์คิด ริเวอร์ ครูซส์  พร้อมนำพาแขกทุกท่าน ลงเรือ พนักงานต้อนรับ ให้ การต้อนรับ ท่าน อันแสนอบอุ่น ด้วยจิตรไมตรี ยิ้มแย้มแจ่มใส และ เรียนเชิญแขกผู้มีเกียรติ ทุกท่าน ประจำที่นั่ง ซึ่งได้ทำการจัดเตรียมไว้เพื่อรองรับท่าน ในการรับประทานอาหารกลางวัน และ ล่องเรือ ชมวิวทิวทัศน์ แม่น้ำเจ้าพระยา กับ เรือไวท์ ออร์คิด ริเวอร์ ครูซส์ ในครั้งนี้ อิ่มอร่อยกับ อาหารกลางวัน แบบบุฟเฟ่ท์ มีทั้งอาหารไทย - ยุโรป ของหวาน และผลไม้ตามฤดูกาล อาหารรสเลิศกับบรรยากาศ ล่องเรือ หรูหรา ตลอดระยะเวลาการ ล่องเรือ เรือไวท์ ออร์คิด ริเวอร์ ครูซส์  บรรยากาศสองผั่งเจ้าพระยายา สัมผัส ธรรมชาติและความสดชื่นจากแม่น้ำ เป็นภาพที่ไม่มีการปรุงแต่งใด ๆ เข้าสู่เมืองผ่าน พระบรมมหาราชวัง และ วัดอรุณฯ พระปรางค์วัดอรุณฯ สร้างมา ตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี บริเวณนี้คือพระราชวังเดิมเมื่อครั้งไทยย้ายราชธานีจาก อยุธยา มาตั้งเมืองหลวงเป็นกรุงธนบุรี

15.45 PM. 

ถึง ท่าเรือ สี่พระยา กรุงเทพมหานคร


บรรยกาศ ภายใน เรือไวท์ ออร์คิด ริเวอร์ ครูซส์ , ล่องเรือ เที่ยวอยุธยา ทัวร์อยุธยา เที่ยวชม พระราชวัง ไหว้พระ อยุธยา เต็ม วัน พร้อม อาหารกลางวัน แบบ บุฟเฟ่ท์นานาชาติ ชากาแฟ  เที่ยว โดย รถ กลับ โดย เรือสำราญ หรู 400 ที่นั่ง ไวท์ ออร์คิด ริเวอร์ ครูซส์

บรรยกาศ ภายใน เรือไวท์ ออร์คิด ริเวอร์ ครูซส์ , ล่องเรือ เที่ยวอยุธยา ทัวร์อยุธยา เที่ยวชม พระราชวัง ไหว้พระ อยุธยา เต็ม วัน พร้อม อาหารกลางวัน แบบ บุฟเฟ่ท์นานาชาติ ชากาแฟ  เที่ยว โดย รถ กลับ โดย เรือสำราญ หรู 400 ที่นั่ง ไวท์ ออร์คิด ริเวอร์ ครูซส์

Cruise in Thailand by Thailand River Cruise with service for Bangkok Dinner Cruise , Ayutthaya River Cruise, Canal Tour, Private Cruise Party.รายละเอียดต่าง ๆ เรือไวท์ ออร์คิด ริเวอร์ ครูซส์ SPECIFICATION OF WHITE ORCHID RIVER CRUISE
STATUS : Buile in 2005
DIMENSIONS : Width 11.50 Metres 
                         Length 50.00 Metres   
LOAD : 531.10 Tons Gross 
CAPACITY :  400 Passengers
DRIVING POVER : 2 Cummins Engines, Each 640 HP POWER SYSTEM : Controlled by Computer, Powered by 2 Cummins Generators
 White Orchid River Cruise " The Best River Cruise of Thailand "
 

ราคาทัวร์อยุธยา : 2,200 บาท/ท่าน 
ราคาทัวร์นี้ได้รวม;
- รถโค๊ชปรับอากาศนำเที่ยว
- ค่าธรรมเนียมสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ตามรายการท่องเที่ยว.
- อาหารกลางวันแบบบุฟเฟ่ท์นานาชาติ.
- ชา กาแฟ ช่วงบ่ายบนเรือ.
- เรือสำราญหรู ทริปแม่น้ำเจ้าพระยา. 
  

เรือสำราญ หรู แม่น้ำเจ้าพระยา ไวท์ออร์คิด ล่องเรือ เที่ยวอยุธยา เต็มวัน

สถานที่ ท่องเที่ยว ทางน้ำ ที่สำคัญ ที่ล่องผ่าน ล่องเรือ พร้อม บุฟเฟ่ท์ อาหารกลางวัน เต็มวัน กับ ทริปนี้ 
ท่องเที่ยวทางน้ำ โดยเรือ ขากลับ (ล่องเรือผ่าน ช่วงบ่าย )


 เกาะเกร็ด 
เกาะเกร็ด เป็นเกาะกลางน้ำ ใน แม่น้ำเจ้าพระยา ตอนล่าง และมีฐานะเป็นตำบลหนึ่งในท้องที่อำเภอปากเกร็ด เกาะเกร็ด แหล่งท่องเที่ยว ทางน้ำ, ล่องเรือ แม่น้ำเจ้าพระยา เที่ยวอยุธยาเต็มวัน พร้อมอาหารกลางวัน บุฟเฟ่ท์นานาชาติ ชา กาแฟจังหวัดนนทบุรี เกาะเกร็ด มีเนื้อที่ประมาณ 4.12 ตารางกิโลเมตรหรือ 2,489 ไร่ เป็นที่อยู่ของ ชาวไทยเชื้อสายมอญ ที่มีอาชีพปั้นเครื่องปั้นดินเผาเป็นส่วนใหญ่ เกาะเกร็ด นั้นเกิดขึ้นจากการขุดคลองลัดแม่น้ำเจ้าพระยาเมื่อปี พ.ศ. 2265 ในรัชสมัยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวท้ายสระ คลองลัดดังกล่าวเรียกว่า "คลองลัดเกร็ดน้อย "หรือ " คลองเตร็ดน้อย " สถานที่ท่องเที่ยว สำคัญของ เกาะเกร็ด ดังต่อไปนี้
 ท่าเรือปากเกร็ด
 วัดปรมัยยิกาวาส
 วัดเสาธงทอง
 วัดฉิมพลี
 วัดไผ่ล้อม
 หมู่บ้านเครื่องปั้นดินเผา
 ศูนย์วัฒนธรรมพื้นบ้านชาวมอญ


 สะพานปิ่นเกล้า
สะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า หรือเรียกกันว่า สะพานปิ่นเกล้า เป็น สะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา เชื่อมถนนสมเด็จพระสะพานปิ่นเกล้า,ล่องเรือ แม่น้ำเจ้าพระยา เที่ยวอยุธยาเต็มวัน พร้อมอาหารกลางวัน บุฟเฟ่ท์นานาชาติ ชา กาแฟปิ่นเกล้าระหว่างเขตพระนคร (ฝั่งพระนคร) กับเขตบางพลัดและเขตบางกอกน้อย (ฝั่งธนบุรี) กรุงเทพมหานคร สะพานพระปิ่นเกล้าเป็นสะพานแบบคอนกรีตอัดแรงชนิดต่อเนื่อง มีจำนวนช่องทางรถวิ่ง 6 ช่องทางจราจร ความกว้างของสะพาน 26.60 เมตร ความยาว 622 เมตร สร้างขึ้นเพื่อผ่อนคลายความคับคั่งของการจราจร โดยได้รับความร่วมมือจากรัฐบาลประเทศญี่ปุ่น ในการสำรวจออกแบบสะพาน และให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่รัฐบาลไทย โดยให้เงินกู้สมทบกับเงินงบประมาณของรัฐบาลไทย เริ่มลงมือก่อสร้างเมื่อวันที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2514 และสร้างเสร็จทำพิธีเปิดการจราจรเมื่อวันที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2516 โดยได้รับพระราชทานนามว่า "สะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า" เพื่อเป็นการเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว กรมพระราชวังบวรสถานมงคล ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เนื่องจากพื้นที่ของสะพานทางฝั่งพระนครนั้นเคยเป็นเขตของพระราชวังบวรสถานมงคล.




 สะพานพระราม 8
สะพานพระราม 8 เป็นสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาแห่งที่ 13 ในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีแนวสายสะพานพระราม 8, ล่องเรือ แม่น้ำเจ้าพระยา เที่ยวอยุธยาเต็มวัน พร้อมอาหารกลางวัน บุฟเฟ่ท์นานาชาติ ชา กาแฟทางเชื่อมต่อกับทางคู่ขนานลอยฟ้าบรมราชชนนี ข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณโรงงานสุราบางยี่ขัน (สำนักงาน กปร. และมูลนิธิชัยพัฒนาในปัจจุบัน) เขตบางพลัด บรรจบกับปลายถนนวิสุทธิกษัตริย์ ใกล้กับธนาคารแห่งประเทศไทย เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร สะพานพระราม 8 นี้เกิดจากพระมหากรุณาธิคุณในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2538 พระองค์มีพระราชดำริให้กรุงเทพมหานครก่อสร้าง สะพานข้าม แม่น้ำเจ้าพระยา เพิ่มอีก 1 แห่ง เพื่อบรรเทาการจราจรบน สะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า รองรับการเดินทางเชื่อมต่อระหว่างฝั่งพระนครกับฝั่งธนบุรี และเป็นจุดเชื่อมต่อโครงการพระราชดำริตามแนวจตุรทิศ สะพานพระราม 8 ช่วยเชื่อมการเดินทางระหว่างฝั่งพระนครกับฝั่งธนบุรีให้สะดวกสบายขึ้น ซึ่งจะช่วยระบายรถบนสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้าได้ถึง 30% และบนสะพานกรุงธน อีก 20% และยังสามารถลดมลพิษทางอากาศบริเวณในเมือง โดยเริ่มเปิดให้ใช้ตั้งแต่วันที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2545 เวลา 7:00 น. เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน.




 วัดระฆังโฆสิตาราม
วัดระฆังโฆสิตาราม ชื่อเต็ม วัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหาร หรือ วัดระฆัง,วัดหลวงพ่อโต ตั้งอยู่เลขที่ 250 แขวงวัดระฆังโฆสิตาราม, ล่องเรือ แม่น้ำเจ้าพระยา เที่ยวอยุธยาเต็มวัน พร้อมอาหารกลางวัน บุฟเฟ่ท์นานาชาติ ชา กาแฟศิริราช เขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร เป็นพระอารามหลวงชั้นโทชนิดวรมหาวิหาร อยู่ในเขตการปกครองคณะสงฆ์มหานิกายภาค 1 วัดแห่งนี้เป็นวัดโบราณ สร้างในสมัยอยุธยา เดิมชื่อ วัดบางว้าใหญ่ (หรือบางหว้าใหญ่) ในสมัยธนบุรี สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชทรงสร้างพระราชวังใกล้วัดบางว้าใหญ่ โปรดเกล้าฯ ให้ยกเป็นพระอารามหลวงและเป็นที่ประทับของสมเด็จพระสังฆราช ในสมัยรัตนโกสินทร์ รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช วัดบางว้าใหญ่อยู่ในพระอุปถัมภ์ของเจ้านายวังหลัง คือสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยาเทพสุดาวดี (สา) พระเชษฐภคินีของพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชและเป็นพระชนนีของกรมพระราชวังบวรสถานพิมุข ทรงมีตำหนักที่ประทับอยู่ติดกับวัด ได้ทรงบูรณปฏิสังขรณ์วัดร่วมกับพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช และได้ขุดพบระฆังลูกหนึ่ง ซึ่งโปรดเกล้าฯ ให้นำไปไว้ที่วัดพระศรีรัตนศาสดาราม โดยทรงสร้างระฆังชดเชยให้วัดบางว้าใหญ่ 5 ลูก จากนั้นได้พระราชทานนามวัดใหม่ว่า “วัดระฆังโฆสิตาราม” นอกจากเป็นเพราะขุดพบระฆังที่วัดนี้และเพื่อฟื้นฟูแบบแผนครั้งกรุงศรีอยุธยาที่มีวัดชื่อวัดระฆังเช่นกัน ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ ให้เปลี่ยนชื่อ “วัดระฆังโฆสิตาราม” เป็น “วัดราชคัณฑิยาราม” (คัณฑิ แปลว่าระฆัง) แต่ไม่มีคนนิยมเรียกชื่อนี้ ยังคงเรียกว่า วัดระฆัง ต่อมา วัดระฆังโฆสิตาราม มีหอพระไตรปิฎกซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมที่สวยงามมาก เคยเป็นพระตำหนักและหอประทับนั่งของพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชขณะทรงรับราชการในสมัยธนบุรี และโปรดเกล้าฯ ให้รื้อมาถวายวัด เมื่อเสด็จขึ้นครองราชสมบัติแล้ว มีพระราชประสงค์จะบูรณปฏิสังขรณ์ให้สวยงามเพื่อเป็นหอพระไตรปิฎก วัดระฆัง เป็น วัดท่องเที่ยว ริมแม่น้ำเจ้าพระยา มีประวัติศาสตร์คู่คนไทยมานมนาน.
 
 วัดพระแก้ว พระบรมหาราชวัง
พระบรมมหาราชวัง ทิวทัศน์ สวยงาม ตระการตา คู่ ริมน้ำแม่น้ำเจ้าพระยา วัดพระแก้ว หรือ พระราชวังพระนคร วัดพระแก้ว พระบรมหาราชวัง,ล่องเรือ อยุธยา แม่น้ำเจ้าพระยา เที่ยวอยุธยาเต็มวัน พร้อมอาหารกลางวัน บุฟเฟ่ท์นานาชาติ ชา กาแฟเป็นที่ประทับของพระมหากษัตริย์สมัยรัตนโกสินทร์ ตั้งแต่รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช จนถึงรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ตั้งอยู่ที่แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร ปัจจุบัน พระบรมมหาราชวัง เป็นสถานที่ท่องเที่ยว ที่ได้รับความนิยมมากเป็นอันดับ ของโลก ที่นักท่องเที่ยว นิยมมา เมื่อมาถึงประเทศไทย นักท่องเที่ยว ต้องมา เที่ยวพระบรมหาราชวัง หรือ วัดพระแก้ว แห่งนี้ พระบรมมหาราชวัง วัดพระแก้ว ตั้งอยู่พื้นที่ เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร โดยมีอาณาเขตติดต่อกับสถานที่สำคัญลักษณะเรียงตามเข็มนาฬิกาดังนี้
 ทิศเหนือ ติดกับท้องสนามหลวง
 ทิศตะวันออก ติดกับกระทรวงกลาโหม
 ทิศใต้ ติดกับ วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร หรือ วัดโพธิ์
 ทิศตะวันตก ติดกับแม่น้ำเจ้าพระยา


 
 วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร
วัดอรุณ, วัดอรุณราชวราราม หรือที่นิยมเรียกกันในภาษาพูดว่า วัดแจ้ง หรือที่เรียกสั้น ๆ ว่า วัดอรุณ เป็นวัดวัดอรุณ, วัดอรุณราชวราราม, ล่องเรือ ทานอาหารกลางวัน บุฟเฟ่ท์นานาชาติ  แม่น้ำเจ้าพระยา เที่ยวอยุธยา ออกเดินทางทุกวัน ไปรถกลับเรือโบราณ สร้างในสมัยอยุธยา ว่ากันว่าเดิมเรียกว่า วัดมะกอก และกลายเป็นวัดมะกอกนอกในเวลาต่อมา เพราะได้มีการสร้างวัดขึ้นอีกวัดหนึ่งในตำบลเดียวกัน แต่อยู่ในคลองบางกอกใหญ่ ชาวบ้านเรียกวัดที่สร้างใหม่ว่า วัดมะกอกใน (วัดนวลนรดิศ) แล้วจึงเรียกวัดมะกอกซึ่งอยู่ปากคลองบางกอกใหญ่ว่า วัดมะกอกนอก ส่วนเหตุที่มีการเปลี่ยนชื่อเป็นวัดแจ้งนั้น เชื่อกันว่า เมื่อ สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ทรงตั้งราชธานีที่กรุงธนบุรีใน พ.ศ. 2310 ได้เสด็จมาถึงหน้าวัดนี้ตอนรุ่งแจ้ง จึงพระราชทานชื่อใหม่ว่า วัดแจ้ง แต่ความเชื่อนี้ไม่ถูกต้อง เพราะเพลงยาวหม่อมภิมเสน วรรณกรรมสมัยอยุธยาที่บรรยายการเดินทางจากอยุธยาไปยังเพชรบุรี ได้ระบุชื่อวัดนี้ไว้ว่าชื่อวัดแจ้งตั้งแต่เวลานั้นแล้ว เมื่อในสมัยรัตนโกสินทร์ รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้ากรมหลวงอิศรสุนทร ได้เสด็จมาประทับที่พระราชวังเดิม และได้ทรงปฏิสังขรณ์วัดแจ้งใหม่ทั้งวัด แต่ยังไม่ทันสำเร็จก็สิ้นรัชกาลที่ 1 สมเด็จฯ เจ้าฟ้ากรมหลวงอิศรสุนทรได้เสด็จขึ้นครองราชสมบัติเป็นพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย พระองค์ได้ทรงบูรณปฏิสังขรณ์วัดแจ้งต่อมา และพระราชทานนามใหม่ว่า “วัดอรุณราชธาราม” ต่อมามีพระราชดำริที่จะเสริมสร้างพระปรางค์หน้าวัดให้สูงขึ้น แต่สิ้นรัชกาลเสียก่อน จนถึงรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ ให้เสริมพระปรางค์ขึ้นและให้ยืมมงกุฎที่หล่อสำหรับพระพุทธรูปทรงเครื่องที่จะเป็นพระประธานวัดนางนองมาติดต่อบนยอดนภศูล ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯ ให้บูรณปฏิสังขรณ์วัดอรุณราชธารามหลายรายการ และให้อัญเชิญพระบรมอัฐิของพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยมาบรรจุไว้ที่พระพุทธอาสน์ของพระประธานในพระอุโบสถด้วย เมื่อการปฏิสังขรณ์เสร็จสิ้นลง พระราชทานนามวัดใหม่ว่า “วัดอรุณราชวราราม” วัดอรุณราชวราราม ริมเจ้าพระยา.

 วัดกัลยามิตร
วัดกัลยามิตร หรือ วัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหาร หรือ "วัดกัลยา" วัดหลวงพ่อโต  ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ฝั่งวัดกัลยามิตร หรือ วัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหาร, ล่องเรือ ไหว้พระ อยุธยา ไปรถกลับเรือ เต็มวัน พร้อม อาหารกลางวัน  ธนบุรี บริเวณปากคลองบางกอกใหญ่ฝั่งใต้ เจ้าพระยานิกรบดินทร์ (โต) ต้นสกุลกัลยาณมิตร ว่าที่สมุหนายก ได้อุทิศบ้านและที่ดินบริเวณใกล้เคียง ซึ่งแต่เดิมเป็นหมู่บ้านที่มีภิกษุจีนพำนักอยู่ และเรียกกันต่อมาว่า "หมู่บ้านกุฎีจีน" สร้างเป็นวัดขึ้นเมื่อ พ.ศ. ๒๓๖๘ และน้อมเกล้าฯ ถวายเป็นพระอารามหลวง พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๓ พระราชทานนามว่า "วัดกัลยาณมิตร" และทรงสร้างพระวิหารหลวงและพระประธานพระราชทาน เป็นพระพุทธรูปองค์ใหญ่ ชื่อ พระพุทธไตรรัตนนายก หรือ หลวงพ่อโต ด้วยมีพระประสงค์จะให้เหมือนกรุงเก่า คือมีพระโตอยู่นอกกำแพงเมือง อย่างเช่นวัดพนัญเชิง หลวงพ่อโต วัดกัลยามิตร เป็นที่เคารพสักการะอย่างสูง โดยเฉพาะในหมู่ชาวจีน เรียกชื่อแบบจีนว่า ซำปอฮุดกง หรือ ซำปอกง เป็นพระพุทธรูปปูนปั้น ปางมารวิชัย หน้าตักกว้าง ๕ วา ๓ ศอกคืบ สูง ๗ วา ๒ ศอกคืบ ๑๐ นิ้ว พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯให้สร้างพระราชทานช่วยเจ้าพระยานิกรบดินทร์ เสด็จก่อพระฤกษ์เมื่อ ๑๘ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๓๘๐ อยู่ภายในพระวิหารขนาดใหญ่อยู่กลางวัด ตรงกลางระหว่างวิหารเล็กและพระอุโบสถ พระอุโบสถเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปปางปาลิไลยก์ (ป่าเลไลย์) ซึ่งรัชกาลที่ ๓ ทรงสร้างพระราชทาน เป็นวัดเดียวในประเทศไทยที่มีพระประธานเป็นพระพุทธรูปปางปาลิไลยก์ ภายในมีภาพจิตรกรรมฝาผนังแสดงพุทธประวัติ และแสดงชีวิตชาวบ้านในสมัยรัชกาลที่ ๓ และยังมีหอพระธรรมมณเฑียรเถลิงพระเกียรติ เป็นที่เก็บพระไตรปิฎกสมัยรัชกาลที่ ๔ หน้าวิหารหลวงเป็นหอระฆังที่เพิ่งสร้างใหม่ เก็บระฆังยักษ์ที่ใหญ่ที่สุดของไทย วัดกัลยามิตร เป็น วัดท่องเที่ยว ริมแม่น้ำเจ้าพระยา เป็นที่นิยม ท่องเที่ยวนักท่องเทียว และ พุทธศาสนิกชน ทั่วไปมาสักการะ หลวงพ่อโต ณ วัดกัลยามิตร แห่งนี้

 สะพานพระพุทธยอดฟ้า
สะพานพุทธ หรือ สะพานพระพุทธยอดฟ้า หรืออีกชื่อที่เป็นทางการ สะพานปฐมบรมราชานุสรณ์ สะพานพระพุทธสะพานพระพุทธยอดฟ้า หรืด สะพานพุทธ ท่องเที่ยว ล่องแม่น้ำเจ้าพระยา เที่ยวอยุธยา เต็มวัน  ยอดฟ้า เป็นสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาที่เชื่อมการคมนาคมติดต่อระหว่างฝั่งพระนครกับฝั่งธนบุรีของกรุงเทพมหานคร ที่ปลายถนนตรีเพชร แขวงวังบูรพาภิรมย์ เขตพระนคร กับปลายถนนประชาธิปก แขวงวัดกัลยาณ์ เขตธนบุรี ปัจจุบันสะพานแห่งนี้อยู่ในความรับผิดชอบของกรมทางหลวงชนบท สะพานพระพุทธยอดฟ้า เป็นสะพานที่สร้างขึ้นในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 7) เมื่อปี พ.ศ. 2472 เนื่องในโอกาสสถาปนากรุงเทพมหานครครบ 150 ปี และโปรดเกล้าฯ ให้มีพระราชพิธีฉลองพระนครครบ 150 ปี ด้วยพระราชดำริที่จะสร้างสิ่งที่เป็นอนุสรณ์ถึงความรำลึกในพระกรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ผู้ทรงสถาปนากรุงเทพมหานคร ช่วงกลางคืน ยังเป็นจุดขายสินค้า แฟชั่น ถนนคนเดิน กลางคืน ช็อปปิ้ง สินค้าประเภท กางเกง เสื้อผ้า เครื่องหนัง ฯลฯ ยอดฮิต.





 ริเวอร์ซิตี้ สี่พระยา River City Pier (ท่าเรือสำหรับจอดเรือ และ จบทริป ที่นี่ ประมาณ 16.00 น. )
ริเวอร์ซิตี้ สี่พระยา ท่าเรือริเวอร์ซิตี้ ศูนย์การค้าริเวอร์ซิตี้ ศูนย์รวมท่าเรือสำราญแม่น้ำเจ้าพระยา ริเวอร์ซิตี้ River ริเวอร์ซิตี้ สี่พระยา River City Pier City เป็น ศูนย์การค้าแห่งแรกบริเวณริมแม่น้ำเจ้าพระยาเปิดดำเนินการเมื่อวันที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2527 โดยการร่วมทุนระหว่างกลุ่มอิตัลไทยและกลุ่มแมนดารินโอเรียนเต็น เป็นศูนย์การค้าแห่งแรกที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว อยู่ใกล้กับโรงแรมชั้นนำ ระดับห้าดาว เช่น โอเรียลเต็ล, เพนนินซูล่า, แชงกรีล่า, รอยัลออคิด เชอราตันและมิลเลนเนี่ยม ฮิลตัน ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถเดินทางมาที่ ริเวอร์ซิตี้ ได้ทั้งทางรถและทางเรือ เป็นอาคาร 4 ชั้น ซึ่งออกแบบได้สวยงามจนทอาคารแห่งนี้ได้รับรางวัลสถาปัตยกรรมดีเด่น ด้านการออกแบบในปี พ.ศ. 2527และมีการปรับปรุงพัฒนาเพิ่มท่าเรือขึ้นอีก 1 ท่า จากนั้นปี พ.ศ. 2543 ศูนย์การค้าริเวอร์ซิตี้ ได้เพิ่มบริเวณ Antique Arcade บริเวณชั้น 1 อาคารจอดรถ เป็นศูนย์รวมร้านค้าแอนทีค ศูนย์รวม ร้านจำหน่าย วัตถุโบราณ ชั้นนำของประเทศไทย.


 

 




HOME  
   Web hosting | website builder |เว็บไซต์สำเร็จรูป by ninenic   ©Copyright 2002-2017 All rights reserved.
THAI RIVER CRUISE
Email : info@thairivercruise.com
 
web counter